วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บีร็อดลงบัญชีหงส์เข้าป้ายซิวแชมป์ลีกได้

บีร็อดเชื่อหงส์เข้าป้ายซิวแชมป์ลีกได้
วิเคราะห์บอลแม่นๆ บีร็อด เชื่อ หงส์แดง มีโอกาสเข้าป้ายซิวถ้วย พรีเมียร์ลีก มานอนกอดได้ซีซั่นนี้ หลังเพิ่งบุกงาบ 3 แต้มสำคัญเหนือ เจ้าสัวน้อย ได้ ตามหลังจ่าฝูง สิงห์บลูส์ แค่ 4 แต้ม

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งการสู้รบพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชื่อว่า สังกัดเดิมนั้นสามารถเข้าป้ายคว้าแชมป์ลีกเมืองผู้ดีมาครองได้ในฤดูกาลนี้ หลังจากสามารถบุกไปคว้าชัยเหนือ ฟูแล่ม ได้ถึงถิ่นคราเวน ค็อทเทจ 3-2 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 ก.พ.) จนขณะนี้มีแต้มตามหลังจ่าฝูง เชลซี อยู่เพียง 4 แต้มเท่านั้น

ในเกมดังกล่าว หงส์แดง นั้นต้องเป็นฝ่ายตามตีเสมอ เจ้าสัวน้อย ถึง 2 ครั้ง ก่อนจะมาได้ประตูชัยจากการประหารจุดโทษของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในนาทีสุดท้าย ทำให้ ลิเวอร์พูล นั้นเก็บ 3 แต้มเข้ากระเป๋ารถได้สำเร็จ และมีแต้มตามหลังจ่าฝูง สิงโตน้ำเงินคราม ซึ่งทำได้แค่เสมอ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1-1 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (11 ก.พ.) อยู่ 4 คะแนนเท่านั้น จึงทำให้ บีร็อด เชื่อว่า ต้นสังกัดนั้นมีวิถีทางที่จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก มาครองได้

นายใหญ่ชาวไอร์แลนด์เหนือ ให้สัมภาษณ์ว่า ผมรู้ดีว่านี่มันคือสิ่งเอ้ ผมพูดกับนักเตะในทีมว่าเกมนี้มันจะทำให้เราได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า เพราะว่าเกมนี้คุณได้ประชันฝีเท้ากับทีมที่กำลังต่อสู้เพื่อยืดหยัดอยู่ในลีกสูงสุดต่อไป และคุณลองมองตอนที่ เจอร์ราร์ด ยิงประตูได้แล้วถอดเสื้อเบ่งกล้ามสิ มันช่างชั้นเลิศจริงๆ

เราเล่นกันได้อย่างชั้นแนวหน้าในสัปดาห์นี้ และเมื่อคืนนี้เราก็เก่งบุกไปเก็บ 3 ชั้นเชิงสำคัญได้ ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าทีมของเรานั้นยิ่งเล่นยิ่งก้าวหน้าขึ้น เราต้องกดดันตัวเองอย่างต่อเนื่อง แต่เราก็แสดงให้เห็นแล้วว่าตอนนี้เราเป็นทีมที่ดีมากๆ ทีมอื่นที่อันดับอยู่เหนือเรา เราต้องให้พวกเขาต้องทำชั้นเชิงหล่นบ้าง แต่เรารู้ดีว่าเรายังมีเกมที่พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ในบ้านของเราเอง ฉะนั้นเราเลือกที่มองเกมต่อเกมดีกว่า และในฐานะโค้ชผมดีใจนะที่เห็นทีมกำลังรุดหน้าขึ้นเรื่อยๆ ร็อดเจอร์ส ร่ายยาว 

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สื่อผู้ดีตีข่าวผีแดงชี้ปลดเปลื้องมอยส์ ดึงป๋ากู้วิกฤต!

สื่อผู้ดีตีข่าวผีแดงส่อปลดมอยส์
 : ข่าวดีนะเนี่ย สื่อพื้นเมืองเมืองแมนเชสเตอร์ พาดหัวข่าวโจมตี มอยส์ กุนซือ ปีศาจแดง ชี้มีสิทธิ์โดนไล่ออกในเร็ววันนี้ หลังฟอร์มห่วยบรม
แมนเชสเตอร์ อีเว่นนิ่ง นิวส์ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นประจำเมืองแมนเชสเตอร์ รายงานว่า เดวิด มอยส์ กุนซือ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ตกอับแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีหนทางถูกไล่ออกจากระดับไม่น้อย ภายหลังพาทีมทำชิ้นงานสุดย่ำแย่ ซึ่งรวมถึงเกมล่าสุดที่ทำได้ประจำกับทีมบ๊วย ฟูแล่ม 2-2 คารังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

พาดหัวข่าวหน้า 1 ของ หนังสือพิมพ์ Manchester Evening News ประจำวันจันทร์ที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา เป็นข้อความที่โดนใจสาวก ปีศาจแดง สุดๆ ว่า เสียใจด้วยนะมอยส์ มันไม่ดีพอ ส่วนปกหลังของหนังสือพิมพ์นั้นก็ตั้งคำถามใหญ่กับอดีตสมัยผู้สั่งการทีมเอฟเวอร์ตัน หรือฝันร้ายของมอยส์จะไม่มีวันจบ?

เวลานี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำฝ่ายของ มอยส์ รั้งอันดับที่ 7 ของตาราง ตามหลัง ลิเวอร์พูล ทีมอันดับที่ 4 ถึง 9 คะแนน ส่วนผลงานที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดซีซั่นนั้น ก็เข้าขั้นย่ำแย่ โดยพ่ายให้กับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน, สวอนซี, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และเอฟเวอร์ตัน

ขณะเดียวกันก็มีทางข่าวแต้มสีว่า ปีศาจแดง อาจแต่งตั้ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการทีมผู้ยิ่งใหญ่ กลับมารั้งบังเหียนเป็นการชั่วคราว ก่อนจะดำเนินการขวายขวนกุนซือคนใหม่หลังจบฤดูกาลนี้
ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

10 ซื้อ-แลกเปลี่ยนแพงสุด ท้องตลาด 2013-14 รอบ 2 “ผู้ดี“

ฟุตบอล : อาจเรียกได้ว่าตลาดนักเตะยุโรปรอบ 2 เกือบปิดลงแบบสุดเงียบ ไม่เว้นแม้แต่ลีกลูกหนังขวัญใจคอบอลไทยอย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
หากไม่นับการไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ ฆวน มาต้า และต่อไปนี้ คือ 10 อันดับการซื้อขายแพงสุดของตลาดหน้าหนาวเมืองผู้ดีหนนี้
ฆวน มาต้า
 

(เชลซี ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 37.1 ล้านปอนด์ / 2,003 ล้านบาท)
หลังไม่เป็นที่ต้องตาในการกลับมาดูแลทัพคำรบ 2 ของ โจเซ่ มูรินโญ่ ทำให้เจ้าของสินน้ำใจนักเตะยอดเยือนสโมสร 2 ฤดูกาลหลังสุดอย่าง มาต้า ต้องหันไปฝากชีวิต
ค้าแข้ง และโอกาสติดทัพสเปนลุยศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ด้วยสถิติค่าจ้างแพงสุดในประวัติศาสตร์ ปีศาจแดง 37.1 ล้านปอนด์
เนมานย่า มาติช
 

(เบนฟิก้า ไป เชลซี 20.75 ล้านปอนด์ / 1,120 ล้านบาท)
3 ปีนับจากลารังสแตมฟอร์ดบริดจ์ มาติช ย้ายกลับมาจากเบนฟิก้าด้วยราคาถึง 20.75 ล้านปอนด์ ทั้งที่วันไปเป็นแค่ตัวแถมในคำสัญญาซื้อ ดาวิด ลุยส์ จาก เหยี่ยวลิสบอน และแม้ตลอดปี 2009-2011 มิดฟิลด์ทีมชาติเซอร์เบีย จะได้สวมเสื้อเชลซีแค่ 3 หน แต่มูรินโญ่ยืนยันว่า มาติชได้เรียนรู้วิชาลูกหนังที่โปรตุเกส มาเต็มหมู่ยุทธแล้ว
โยอัน กาบาย
 

(นิวคาสเซิล ไป ปารีส แซงต์แชร์แมง 19 ล้านปอนด์ / 1,026 ล้านบาท)
นิวคาสเซิล อาจปัดข้อเสนอขอซื้อ กาบาย จากอาร์เซน่อล ในตลาดนักเตะรอบก่อน แต่กลับตอบรับเงิน 19 ล้านปอนด์ จากปารีส แซงต์แชร์แมง แบบเรียบง่าย แสดงให้เห็นว่าทีม ปืนใหญ่ ไม่มีเจตนาทุ่มเงินล่ากองกลางร่างเล็ก ซึ่งรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศส ไปแล้ว 28 นัดรายนี้อย่างจริงจังตามที่ตกเป็นข่าว อย่างไรก็ตาม กาบายอาจเป็น เทพ ในลูกหนังอังกฤษ แต่ต้องเจอตัวปัญหาแย่งสถานภาพตัวจริงที่ปาร์ก เดส์ แปร็งซ์ สังเวียนที่เต็มไปด้วยแข้งดังล้นทีมอย่างไม่ต้องสงสัย
เควิน เดอ บรอยน์
 

(เชลซี ไป โวล์ฟสบวร์ก 16.5 ล้านปอนด์ / 891 ล้านบาท)
ในเมื่อไม่สามารถทำให้มูรินโญ่ติดตรึงใจ ทั้งที่มีช่องโชว์เพลงเตะช่วงต้นฤดูกาล เดอ บรอยน์ ก็กลายเป็นส่วนเกินชนิดที่นายใหญ่ทีม สิงห์บลู เคยลมเสีย และเดินออกจากห้องอธิบายข่าวดื้อๆ หลังถูกสื่อจี้ถามว่าทำไมปีกทีมชาติเบลเยียมรายนี้ถึงไม่ได้ลงเล่นมาแล้ว แต่การซื้อมาจาก เก็งก์ 7 ล้านปอนด์ (378 ล้านบาท) แล้วขายให้ โวล์ฟสบวร์ก ทีมร่วมลีกเมืองเบียร์ แวร์เดอร์ เบรเมน ที่เดอ บรอยน์ เคยระเบิดฟอร์มเก่งด้วยสาบานยืมตัวฤดูกาลที่แล้ว ด้วยสนนราคาถึง 16.5 ล้านปอนด์ ก็นับเป็นข้อดีที่ตัวนักเตะมีต่อเชลซีเหมือนกัน
คอนสแตนตินอส มิโตรกลู
 

(โอลิมเปียกอส ไป ฟูแล่ม 12.5 ล้านปอนด์ / 675 ล้านบาท)
จุดประสงค์ในการจาก โอลิมเปียกอส มา ฟูแล่ม ของ มิโตรกลู ย่อมหนีไม่พ้นการใช้เวลากระชั้นชิดอีกไม่กี่เดือนนับจากนี้ในการพา เจ้าสัวน้อย ลอบหนีการหล่นชั้นจากลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี โดยมีดีกรี 14 ประตูในศึกกรีก ซุปเปอร์ลีก ฤดูกาลนี้ และการกดสกอร์เหนือโรมาเนีย ในเกมเพลย์ออฟ จนพา กรีซ บ้านเกิดผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้สำเร็จเป็นเดิมพัน
เคิร์ต ซูม่า
 

(แซงต์-เอเตียง ไป เชลซี 12 ล้านปอนด์ / 648 ล้านบาท)
นอกจากขึ้นชื่อว่าเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่เต็มไปด้วย ความถึก แล้ว ซูม่า ในวัยแค่ 19 ปี ไม่ได้เพิ่งเป็นกำลังหลักของ แซงต์-เอเตียง แต่เจ้าตัวเคยเอาฤกษ์เกมชุดใหญ่ให้ฝ่ายหลังตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อนมาแล้ว แถมยังติดทีมชาติฝรั่งเศส ชุดยู-21 เป็นที่เรียบร้อยอีกด้วย ทว่ากว่าแฟนเชลซีจะได้ยลฝีเท้า คงต้องรอในฤดูกาลหน้า เนื่องจากมูรินโญ่อนุญาตให้ซูม่าอยู่ช่วยทีมเก่าจนจบฤดูกาล
โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

(เอฟซี บาเซิล ไป เชลซี 11 ล้านปอนด์ / 549 ล้านบาท)
ทีม สิงห์บลู คงทนไม่ไหวที่จะเห็นนักฟุตบอลซึ่งเคยซัดประตูใส่พวกเขามาแล้วถึง 3 ครั้งในรอบไม่ถึง 1 ปีเต็ม ไปเป็นกรรมสิทธิ์ของฝ่ายคู่แข่งร่วมศึกพรีเมียร์ลีก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะซื้อปีกทีมชาติอียิปต์ ที่มีฉายานาม เมสซี่อียิปต์ อย่าง ซาล่าห์ ตัดหน้าลิเวอร์พูลในท้ายที่สุด
เชน ลอง

(เวสต์บรอมวิช ไป ฮัลล์ ซิตี้ 7 ล้านปอนด์ / 378 ล้านบาท)
ในฐานะที่เป็นทีมซึ่งมีค่าเกลี่ยทำประตูเกมลีกน้อยกว่าจำนวนแมตช์ที่ลงเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก ทำให้ ฮัลล์ ซิตี้ ยอมเพิ่มข้อเล่าจาก 6 ล้านปอนด์ เป็น 7 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อ เชน ลอง หัวหอกทีมชาติไอร์แลนด์ มาล่าตาข่ายในถิ่นเคซี สเตเดียม
นิกิช่า เยลาวิช

(เอฟเวอร์ตัน ไป ฮัลล์ ซิตี้ 6.5 ล้านปอนด์ / 351 ล้านบาท)
ถึงจะออกสตาร์ตได้ราวกับ เกิดใหม่ ที่เอฟเวอร์ตัน ด้วยสถิติ 9 ประตู จาก 13 นัด นับตั้งแต่ย้ายมาจากกลาสโกว์ เรนเจอร์ส ซึ่งกำลัง ถังแตก ในต้นปี 2012 แต่ทันทีที่ถูกผีสากกะเบือเข้าสิงได้พักใหญ่ ชีวิตที่เหมือนเกิดใหม่ของเยลาวิช ต้องไปจุติใหม่กับฮัลล์ ก่อนหน้าเชน ลอง ไม่กี่วัน
เจอร์เมน เดโฟ

(ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ไป โตรอนโต 6 ล้านปอนด์ / 324 ล้านบาท)
ทันทีที่เสียยศตัวจริงให้การมาของ โรเบร์โต้ โซลดาโด้ ทำให้ เดโฟ ใช้เวลาไม่นานในการวินิจฉัยใจลาลีกบ้านเกิด ไปขวนขวายความสุขช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิตค้าแข้งที่เมเจอร์ลีก สหรัฐ กับ เอฟซี โตรอนโต ชนิดที่เจ้าตัวในวัย 31 ปี ไม่แคร์ว่าสถานภาพในทีมชาติอังกฤษ จะสั่นคลอนหรือไม่ แม้สังกัดใหม่จะให้ ไก่เดือยทอง ยืมเดโฟไปจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ก็ตาม
ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

“สิงห์“ รับนายใหม่! เปิดบ้านเสมอ “เรือใบ“ 0-0

วิเคราะห์บอล - “สิงห์“ รับนายใหม่! เปิดบ้านเสมอ “เรือใบ“ 0-0


รับนายใหม่! “สิงห์“ เปิดบ้านเสมอ “เรือใบ“ 0-0 


ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ


(3) เชลซี 0-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (1)


เวลา: 23.00 น.
สนาม: สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน: คริส ฟอย
ถ่ายทอดสด: ช่อง 3, ทรูสปอร์ต 1


วิเคราะห์บอล


นาทีที่ 5 ซาบาเลต้าได้โอกาสหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ แอชลีย์ โคล วิ่งควบมาตัดบอลออกไปได้อย่างหวุดหวิด


นาทีที่ 20 ซาบาเลต้า ได้โยนบอลทางกราบขวา ฟุตบอลลอยข้ามแนวรับเชลซี ซิลวา ขึ้นโขกแต่ไม่เต็มหัว บอลข้ามคานออกไป


นาทีที่ 36 ซาบาเลต้า ตัดบอลได้จากกลางสนาม ก่อนจะตัดสินใจยิงไกล แต่เช็กพุ่งปัดออกไปได้


นาทีที่ 38 ดาวิด ลุยซ์ ได้โอกาสส่องไกลจากลูกฟรีคิก แต่บอลพุ่งตรงตัวโจ ฮาร์ท รับสบาย


นาทีที่ 41  อเกวโร่ ได้โหม่งจ่อๆบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่โหม่งบอลเบาเกินไป เช็กคว้าไว้ได้


ช่วงท้ายครึ่งแรกทั้งสองทีมไม่สามารถทำอะไรกันได้จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0


เริ่มครึ่งหลังยังเป็นทีมเรือใบสีฟ้าที่ทำเกมกดดันได้ดีกว่า แต่นาทีที่ 52 เป็นเชลซีที่ได้ลุ้นก่อนจาก รามิเรสที่ได้โอกาสยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลลอยข้ามคานไปอย่างหวาดเสียว


นาทีที่ 59 ยาย่า ตูเร่ ได้โอกาสส่องนอกเขตโทษ ฟุตบอลพุ่งแรง เช็กตะปบจังหวะแรกไม่อยู่ แต่ตามเก็บจังหวะสองได้ทัน นาทีถัดมาเชลซีได้ลุ้นบ้าง อาซาร์ไหลบอลให้ตอร์เรสยิงแต่บอลข้ามคานออกไป


นาทีที่ 80 มิลเนอร์ได้โอกาสเปิดบอลจากเส้นหลัง เช็กต้องล้มตัวทุบบอล ก่อนที่กองหลังเชลซีจะหวดทิ้งออกไป


นาทีที่ 84 โมเซสลากบอลจากทางขวาก่อนที่จ่ายขวางสนามมาทางซ้ายตอร์เรสปล่อยบอลไหลให้ แอชลีย์ โคล วิ่งมาซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเข้ากรอบ แต่โจ ฮาร์ท ปัดออกไปได้


สรุป ผลบอล


ช่วงท้ายครึ่งหลังทั้งสองทีมผลัดกันบุกแต่ทำประตูกันไม่ได้ หมดเวลา เชลซีเสมอแมนฯ ซิตี้ 0-0 แบ่งกันทีมละ 1 แต้ม ทำให้แมนฯ ซิตี้ มี 29 คะแนน หล่นไปอยู่ที่ 2 โดยแมนฯ ยูไนเต็ด มี 30 คะแนน นั่งแท่นจ่าฝูงแทน


รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:


เชลซี (4-2-3-1) : ปีเตอร์ เช็ก,เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,ดาวิด ลุยซ์,แอชลี่ย์ โคล, จอห์น โอบี มิเกล, รามิเรส, ออสการ์,ฆวน มาต้า,เอแดน อาซาร์,เฟร์นานโด ตอร์เรส


ผู้จัดการทีม: ราฟาเอล เบนิเตซ


แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1): โจ ฮาร์ท,ปาโบล ซาบาเลต้า,มาติย่า นาสตาซิช,แว็งซ็องต์ ก็อมปานี,อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ,ยาย่า ตูเร่,แกเร็ธ แบร์รี่,เจมส์ มิลเนอร์,ดาบิด ซิลบา,เซร์คิโอ อเกวโร่,เอดิน เชโก้


ผู้จัดการทีม: โรแบร์โต้ มันชินี่


ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่


ที่มาของ ข่าว วิเคราะห์บอล


เรียบเรียงโดย วิเคราะห์บอล.net

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ปืนเปิดบ้านสอยมงต์เปลลิเย่ร์ 2:0 เข้ารอบ

ปืนเปิดรังเชือดมงต์เปลลิเย่ร์ 2:0 เข้ารอบ 


ปืนเปิดรังเชือดมงต์เปลลิเย่ร์ 2:0 เข้ารอบ


วิเคราะห์บอล


ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 2012-13 รอบแบ่งกลุ่ม-กลุ่มบี วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2555


อาร์เซน่อล 2:0 มงต์เปลลิเย่ร์ สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ผู้ตัดสิน : ฟิรัต อายดินุส (ตุรกี) ผู้ชม : 59,760 คน


ผลบอล นาที 49 อาร์เซน่อล ทำที่นี่ขึ้นนำจาก โธมัส แฟร์มาเล่น ได้บอลทางซ้ายก่อนโยนให้


โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์โหม่งตั้งให้กับ แจ็ค วิลเชียร์ ซัดเข้าประตูไป 1:0 นาที 63 เจ้าบ้านมาได้ประตูที่สอง


ลูคัส โพดอลสกี้ ทำชิ่งกับ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ขึ้นหน้าแล้ว โพดอลสกี้ จัดการวอลเล่ย์ทันทีผ่าน เชฟเฟร่ ชูร์กดร็อง เข้าไป 2:0


จบเกมการชิงชัย 90 นาที อาร์เซน่อล ถลกบ้านเอาชนะ มงต์เปลลิเยร์ ไปได้ 2:0 เก็บสามคะแนนพร้อมกับได้เข้ารอบต่อไป


วิเคราะห์บอล : รายชื่อผู้บรรเลงทั้งสองทีม อาร์เซน่อล ระบบ : 4-3-3


ผู้รักษาประตู : วอยเช็ก เซสนี่


กองหลัง : บาการี่ ซาญ่า, แพร์ แมร์เตซัคเคอร์, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, โธมัส แฟร์มาเล่น


กองกลาง : มิเกล อาร์เตต้า, ซานติ กาซอร์ล่า(ฟร็องซิส โกเกแล็ง น.84), แจ็ค วิลเชียร์ กองหน้า : อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน(แรมซีย์ น.70), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์(แซร์วินโญ่ น.85), ลูคัส โพดอลสกี้ มงต์เปลลิเย่ร์


ระบบ : 4-2-3-1 ผู้รักษาประตู : เชฟเฟร่ ชูร์กดร็อง กองหลัง : มาติเยอ เดอปลาญ, ดาเนียล กงเกร้, อับเดลอามิด เอล กาอูตารี่, อองรี เบดิโม่


กองกลาง : มาติเยอ เดอปลาญ, มาร์โก้ เอสตราด้า(โฌริส มาร์กโวซ์ น.79) - เรมี่ กาแบลล่า(เอมานูเอล เอร์เรร่า น.69), ยูแนส แบลอ็องด้า, อองโตนี่ มูนิเย่ร์


กองหน้า : กาแอต็อง ชาร์กบอนนิเย่ร์(โฌนาส มาร์กแต็ง น.69) อาร์เซน่อล 2:0 มงต์เปลลิเย่ร์



 


ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่


ที่มาของ ข่าว วิเคราะห์บอล


เรียบเรียงโดย วิเคราะห์บอล.net

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วิเคราะห์บอล แน่จริงสุด สิงห์หน้าสั้นคราม เชลซี 55555

วิเคราะห์บอล เจ๋งสุด สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี


ฟ้าหม่นของ‘เชลซี‘  ฟ้าหม่นของ‘เชลซี‘ วิเคราะห์บอล : ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า "เซ็งครับ...เซ็ง"!!!!! หลังจากออกสตาร์ตอย่างร้อนแรง ด้วยการเล่นที่ลงตัว สุดท้าย "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี มีรูปพรรณละม้ายกับ "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาลที่แล้ว นั่นคือออกสตาร์ตดี แต่เล่นไปแล้วแผ่วไปเอง! ยูไนเต็ด เกิดจากอาการบาดเจ็บของ ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ และ อันแดร์สัน ที่เดี้ยงพร้อมกัน ปฤษฎางค์จากพุ่งขึ้นถึงขีดสุดในช่วงต้นซีซั่น จนเป็นที่มาของการต้องใช้กองกลางตัวเก่าอย่างไมเคิล คาร์ริค รวมไปถึงต้องไปเรียก พอล สโคลส์ ให้คัมแบ็ก ทู มาย โฮม แต่ เชลซี กลายเป็นว่า ไม่ได้มีปัญหาตัวผู้เล่นบาดเจ็บอะไรชุกชุมมายนัก แต่เล่นแล้วแผ่วไปเอง โดยเฉพาะ มาตา, ออสการ์ และอาซาร์ ฟอร์มรูดลงมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ทำไปทำมา โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ที่ทำทีมก้าวไปเป็นเจ้ายุโรปเมื่อ 6 เดือนก่อน มาในวันนี้ ฝรั่งมังค่าพาดหัวข่าวในลักษณะคล้ายกัน "fighting to save his job"...เป็นไปได้ครับ มันเป็นไปแล้ว เชลซี ยุคถ่ายเลือด และกำลังเดินหน้าสู่สไตล์การเล่นฟุตบอลยุคใหม่ได้อย่างเต็มรูปแม่แบบ นั่นก็คือ 4-2-3-1 ที่ชัดเจนมากๆ ที่สำคัญพวกเขาเล่นแล้วสามารถดึงเอาความสามารถที่แท้จริงของเพื่อนๆ มาได้ทั้งหมด ไม่เว้นกระทั่งจอมอืดอย่าง วิเคราะห์บอล เฟร์นานโด ตอร์เรส บอกตามตรงว่า นาทีนี้ ตอร์เรส ไม่ได้มีความน่ายำเกรงดังอย่างที่เคย ทั้งที่สไตล์การเล่นที่ ดิ มัตเตโอ วางเอาไว้นั้น มันเอื้ออำนวยต่อเขาเป็นอย่างยิ่ง ที่สำคัญ นับตั้งแต่ ตอร์เรส ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อไม่นานมานี้ว่า เขาไม่รู้สึกรู้สาอะไรเท่าไหร่นักกับตำแหน่งแชมป์ของทีมตัวเองเมื่อฤดูกาลก่อน เพราะไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมเท่าไหร่นัก ถ้าว่ากันตามเชิง ลูกผู้ชายอยู่ทีมเดียวกัน ออกมาพูดแบบนี้ถือว่า มันสิ้นคิดจริงๆ ตอร์เรส กลายเป็นคนที่ไม่น่ากลัวอะไรอีกนับตั้งแต่วันนั้น และเล่นเหมือนกับคนไม่มีแกร่ง ไม่แปลกที่วันนี้เขากำลังจะกลายเป็นแค่ "ตัวแถม" ในการไปซื้อ ฟัลเกา มายืนหอกแทน ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน สองสามปีก่อนคือเทวดาที่แอนฟิลด์ ก่อนจะเลือกเป็นนักเตะ 50 ล้านปอนด์ ให้สัมภาษณ์เย่อหยิ่งผยอง แต่กลับไม่ทุ่มเท ผลตอบแทนคือถ้วยแชมป์ แต่ผลงานนั้นทุกคนและตัวเขาย่อมรู้อยู่แก่ใจเป็นอย่างดี มาในตอนนี้ เชลซี กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก ในการบุกไปแพ้ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1-2 มีข่าวว่า ห้องพักนักกีฬานั้นมีปัญหา วิเคราะห์บอล ดาวิด หลุยซ์ อาจจะยอมรับว่า มีการตะโกนด่าทอกันด้วยน้ำเสียงไม่พอใจในห้องแต่งตัว ซึ่งเป็นการให้สัมภาษณ์ฟอลโล่ประเด็นที่ ปีเตอร์ เช็ก


 



นายทวารของทีมออกมาด่าให้กับสื่อฟังตั้งแต่ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา 


ซึ่งมันขัดกับบุคลิกภาพของเขาอย่างสิ้นเชิง นาทีนี้ พวกเขาทำแต้มได้แค่ 2 คะแนน จาก 12 แต้มล่าสุดชั้นเชิงหลุดมือไปถึง 10 คะแนน จาก 4 เกมหลัง และที่สำคัญกำลังจะต้องเดินทางไปเล่นเกมสำคัญที่อิตาลี ในการต่อสู้ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กับ ยูเวนตุส ทีมแชมป์กัลโช่ เซรี่ อา ถ้าหากพวกเขาแพ้มีโอกาสจะพลัดไปอยู่อันดับ 3 ของกลุ่ม อี ทันที เท่ากับว่า มีโอกาสจะกระเด็นหายไปจากรอบน็อกเอาต์ก็เป็นได้ และยิ่งไปกว่านั้นการบุกไปอิตาลีเมื่อปีก่อน ก็ทำให้ เชลซี เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญมาแล้ว นั่นคือ ดิ มัตเตโอ ได้ทำงานแทน อังเดร วิลลาส โบอาส หนนี้อาจจะไม่แรงอย่างนั้น...แต่จะสะเทือนซางไม่เบา! เรื่องโดย "บี แหลมสิงห์" ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่   เรียบเรียงโดย วิเคราะห์บอล.net

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สุโค่ย! บราซิลตัดสเปน คว้าแชมป์โลก2สมัยติด

สุโค่ย! บราซิลเฉือนสเปนต่อเวลา3-2 ทุบแชมป์วัฏสงสาร2สมัยติด 


วิเคราะห์บอล


"แชมป์เก่า" แซมบ้าป้องกันแชมป์โลกไว้ได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ด้วยการเบียดชนะ "กระทิงดุ" สเปน ไปสุดมันในช่วงต่อเวลาพิเศษ 3-2 หลังผลบอลเสมอกันในเวลา 2-2 ในการแข่งขันฟุตซอลโลก 2012 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนาม อินดอร์สเตเดี่ยมหัวหมาก โดย "เนโต้" มาทำประตูชัยให้กับ บราซิล



บราซิลคว้าแชมป์ฟุตซอลโลก 2012 ไปครองเป็นสมัยที่ 2 โทรศัพท์กัน ด้วยการชนะสเปนไปในช่วงต่อเวลาพิเศษ 3-2 หลังจากเสมอในเวลา 2-2


 


สเปน 2-2 บราซิล (ต่อเวลาพิเศษ บราซิลชนะ 3-2)

การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 " เวิลด์คัพ ไทยแลนด์ 2012 " รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง สเปน พบกับ บราซิล วันที่ 18 พ.ย. เวลา 19.30 น. ที่สนาม อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก สำหรับสถิติที่เคยพบกัน 27 นัด สเปน ชนะ 8 เสมอ 5 บราซิล ชนะ 14 สเปน ชนะ 78 บราซิล ชนะ 101

ผลบอลการแข่งขันที่เคยพบกัน 5 นัดหลังสุด
24 ต.ค. 2010 บราซิล 1-2 สเปน กรังด์ปรีซ์ 2010 (รอบชิงชนะเลิศ) ประเทศบราซิล
19 ต.ค. 2008 บราซิล 2-2 สเปน (บราซิล ชนะจุดโทษ 4-3) เวิลด์คัพ ครั้งที่ 6 (รอบชิงชนะเลิศ) ประเทศบราซิล
11 ธ.ค. 2005 บราซิล 2-1 สเปน อุ่นเครื่อง ประเทศบราซิล
8 ธ.ค. 2005 บราซิล 0-1 สเปน อุ่นเครื่อง ประเทศบราซิล
3 ธ.ค. 2004 สเปน 2-2 บราซิล (สเปน ชนะจุดโทษ 5-4) เวิลด์คัพ ครั้งที่ 5 (รอบรองชนะเลิศ) บ้านเมืองไต้หวัน


ผู้เล่นชุดแรกของ สเปน ประกอบไปด้วย ฆวนโฆ่ (GK),กิเก้ (C),เฆซุส ไอคาร์โด้,เฟร์นันเดา และ อเลเมา ส่วน บราซิล มี ดิเอโก้ (GK),กาเบรียล,ซีมี่,เนโต้ และ เฟอร์นันดินโญ่

เปิดฉากมา น.2 บราซิล ได้ทักทายก่อน จากจังหวะครองบอลกลางสนามของ เนโต้ แต่ก่อนที่จะผ่านบอลมาริมเส้นฝั่งซ้ายให้กับ เฟอร์นันดินโญ่ แตะบอลหนีแนวรับ สเปน แล้วจิ้มด้วยซ้ายข้ามคานออกไป ต่อมาเกมรุกของบราซิลเริ่มติดเครื่องมีการครองบอลที่เหนือกว่าสเปนอย่างเห็นได้ชัด

แต่ น.5 สเปน มาพลาดโอกาสทองในการขึ้นนำอย่างมาก จากจังหวะโต้กลับ บอร์ฆ่า บลังโก้ กระชากบอลมาที่เส้นข้างฝั่งซ้ายก่อนจะปาดมาตรงกลางให้กับ เซร์คิโอ โลซาโน่ ยืนแปโล่งๆประมาณ 6 เมตร ผ่านมือของ ดิเอโก้ ไปแล้วแต่ อารี วิ่งมาใช้ขาสกัดบอลออกไปได้อย่างหวุดหวิด

จากนั้น สเปน เริ่มตั้งเกมได้ น.9 จากลูกเตะมุมจังหวะฝั่งขวา กีเก้ ยัดบอลมาที่หน้าปากประตูให้กับ มิเกลลิน พุ่งเข้ามาชาร์ดบอลหวืดหลุดเส้นหลังไปอย่างน่าเสียดาย ผ่านครึ่งแรกมา 10 นาที ทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ ยังเสมออยู่ที่ 0-0

ต่อมา น.12 จากจังหวะโต้กลับของ สเปน บอร์ฆ่า บลังโก้ จี้บอลมากลางสนามก่อนจะแทงทะลุแนวรับของ บราซิล มาให้กับ เฟร์นันเดา กลับตัวยิงด้วยขวาติดบล็อกมาเข้าทาง เฆซุส ไอคาร์โด้ ซ้ำข้ามคานออกไป ทำให้ตอนนี้ สเปน กลับมาครองเกมได้เหนือกว่า บราซิล และมีจังหวะในการจบสกอร์ที่มากกว่า

ช่วงท้ายครึ่งแรก น.18 บราซิล เกือบมาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะการประสานงานที่ยอดเยี่ยม เริ่มจาก โรดริโก แทงผลบอลจากแดนตัวเองมาให้กับ เจ เอาตัวบังฟุตบอลไว้ที่หน้ากรอบเขตโทษ 6 เมตร ก่อนจะไหลกลับคืนมาให้ ราฟาเอล วิ่งมาซัดด้วยขวาเต็มฝแรงไปเอียงแนวรับของ สเปน เฉียดสามเหลี่ยมบนออกไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก สเปน เสมอ บราซิล 0-0

เริ่มเกมครึ่งหลังมาเป็นบราซิลที่เปิดเกมรุกใส่อย่างดุดันจนมาได้ประตูขึ้นนำใน น.24 จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย เฟอร์นันดินโญ่ ไหลบอลขนาดเส้นให้กับ เนโต้ วิ่งเข้ามาซัดด้วยซ้ายเต็มข้อประมาณ 10 เมตร บอลพุ่งเสียบเสาสองไปอย่างงามตา ทำให้ "แชมป์เก่า" บราซิล ออกนำไปก่อน 1-0

หลังจาก สเปน โดนนำก็เปิดเกมรุกเข้าหาหวังทวงประตูตีเสมอ จนเกือบมาทำได้ใน น.26 จากจังหวะที่ เซร์คิโอ โลซาโน่ แทงบอลจากกลางสนามเข้ามาให้กับ เฟร์นันเดา กลับตัวยิงด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษไปติดอกของ ดิเอโก้ กระดอนออกเส้นข้างไป

ถัดมานาทีเดียว จากจังหวะโต้กลับของ บราซิล เฟอร์นันดินโญ่ แทงบอลขนาดเส้นข้างฝั่งขวามาให้กับ ซีมี่ พลิกบอลเข้าหาประตูก่อนจะซัดด้วยขวาเต็มแรง บอลพุ่งเลียดเฉียดเสาไกลออกไปอย่างหวุดหวิด และในนาทีเดียวกัน จากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตความผิดประมาณ 7 เมตร ฟัลเกา วิ่งเข้ามาซัดบอลไปติดกำแพงกระเด้งออกหลังไป

ต่อมา น.30 จากลูกฟรีคิกของ สเปน ประมาณ 10 เมตร กีเก้ ไหลบอลมาทางซ้ายให้กับ มิเกลลิน ซัดด้วยซ้ายเยอะแรงไปติดเซฟกระเด้งมาเข้าทาง ยอร์ดี้ ตอร์ราส ล้มตัววอลเล่ย์ด้วยซ้ายเข้าไปตุงตาข่ายให้ สเปน ไล่ตามตีเสมอ บราซิล มาเป็น 1-1 และถัดมาเพียงนาทีเดียว สเปน มาได้ประตูแซงขึ้นนำเป็น 2-1 จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย เซร์คิโอ โลซาโน่ ไหลบอลขนานเส้นมาให้ เฆซุส ไอคาร์โด้ วิ่งมาซัดด้วยซ้ายเต็มแรง บอลพุ่งไปแฉลบขาแนวรับของ บราซิล เสียบเสาแรกไป จนแฟนบอลชาวบราซิลถึงกลับช็อคไปตามๆกัน

ต่อมา น.35 สเปน มาได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ 6 เมตรอีกครั้ง กีเก้ ไหลบอลมาทางซ้ายให้กับ ยอร์ดี้ ตอร์ราส วิ่งเข้ามาซัดด้วยซ้ายไปชนคานอย่างจัง อย่างไรก็ตาม บราซิล ต้องเปลี่ยนแผนการเล่นโดยใช้ระบบพาวเวอร์เพล จนมาได้ประตูตีเสมอจนได้ใน น.36 จากจังหวะเซตบอลไปเรื่อยๆที่หน้ากรอบ 10 เมตร และจังหวะสุดท้ายเป็น ฟัลเกา โยกบอลหลบแนวรับ สเปน ก่อนจะวัดด้วยซ้ายเต็มแรงบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมไปอย่างสวยงวม สร้างเสียงเชียร์กับแฟนบอลให้กลับมาคึกคักกันอีกครั้ง ก่อนจะจบจบไปด้วยสกอร์ 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษเพิ่มอีกครึ่งละ 5 นาที เพื่อหาผู้ชนะต่อไป

ช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรก น.42 สเปนได้ลุ้นก่อน จากช่องที่ ยอร์ดี้ ตอร์ราส ครองบอลอยู่ริมเส้นฝั่งขวาก่อนจะโยกเข้ากลางมาซัดด้วยซ้ายเต็มแรง ไปติดอกของ วินิซิอุซ ออกหลังไป ถัดมานาทีเดียว บราซิล ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะขว้างบอลเร็วของ ดิเอโก้ เข้ามาให้กับ ฟัลเกา ล้มตัวยิงที่หน้าปากประตูไปติดเซฟ ฆวนโฆ่ ออกไปอย่างหวุดหวิด จบครึ่งแรกของการต่อเวลาทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้เสมออยู่ที่ 2-2

ครึ่งหลัง น.46 มิเกลลิน ตัดบอลจาก บราซิล มาได้ที่กลางสนามแล้วกระชากเข้ามาทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนจะตัดสินใจยิงเต็มแรงไปติด ราฟาเอล ที่วิ่งมาบล็อกลูกยิงไว้ได้ทัน ต่อมา น.48 จากจังหวะผิดพลาดของแนวรับ สเปน ที่หน้ากรอบเขตความผิดของตัวเองเคลียร์บอลไม่ผ่านมาเข้าทาง กาเบรียล ซัดด้วยซ้ายประมาณ 5 เมตร ข้ามคานออกไปอนย่างไม่น่าเชื่อ

จนมาถึง น.49 บราซิล มาได้จุดโทษจุดที่สองจากการฟลาวว์รวมครบ 6 ครั้งของสเปน และเป็น โรดริโก วิ่งมาซัดด้วยขวาไปติดเซฟ ฆวนโฆ่ ออกไปอย่างน่าเสียดาย และช่วงเวลาที่แฟนบอลทุกคนรอคอยก็มาถึงใน น.50 เนโต้ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวยกบอลผ่านขา เฟร์นันเดา มาทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนจะหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดเต็มแรงเสียบเสาสองไปอย่างเฉียบเด็จ และเป็นประตูชัยให้กับ บราซิล เฉือนชนะ สเปน ไปสุดมัน 3-2 คว้าแชมป์ฟุตซอลโลก 2012 ไปครอง 2 สมัยโทรศัพท์กันจากครั้งที่แล้วที่ประเทศ บราซิล


สำหรับรางวัลนักเตะฟุตบอลยอดเยี่ยมในฟุตซอลโลก 2012 "โกลเด้นบอล"


ลำดับ 1 เนโต้ จากบราซิล
ลำดับ 2 กีเก้ จากสเปน
ลำดับ 3 ริคาร์ดินโญ่ จากโปรตุเกส


รางวัลผู้รักษาประตูฟุตบอลยอดเยี่ยม


สเตฟาโน่ แมมมาเรลลา ผู้รักษาประตูจากอิตาลี


รางวัลผู้ทำประตูสูงสุด "ดาวว์ซัลโว"


อันดับ 1 - ลิม่า จากรัซเซีย  9 ประตู
อันดับ 2 - โรดอลโฟ่ ฟอร์ติโน่ จากอิตาลี 8 ประตู
อันดับ 3 - เฟอร์นันดินโญ่ จากบราซิล 7 ประตู



เนโต้ ของบราซิล คว้ารางวัลนักเตะฟุตบอลยอดเยี่ยมไปครองและเป้นผู้ทำประตูชัยให้ บราซิล เอาชนะ สเปน ในช่วงต่อครั้งพิเศษไป 3-2



สเตฟาโน่ แมมมาเรลลา ผู้รักษาประตูจากอิตาลี คว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมไปครองในฟุตบอลโลก 2012



 


ติดตาม ข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่